
วิธีรักษาเครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดให้ปลอดภัยในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
การนำเครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดไปวางไว้ในห้องน้ำหรือพื้นที่กลางแจ้งนั้นเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมาก เพราะต้องเผชิญกับความชื้น น้ำกระเด็น และไอน้ำอยู่ตลอดเวลา และเราทุกคนก็รู้ดีว่าเมื่อน้ำเข้าไปในวงจรไฟฟ้าจะเกิดการลัดวงจร ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
เพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญมีสองอย่าง นั่นคือ การสร้างกำแพงกั้นระหว่างไฟฟ้ากับน้ำ และความแน่นหนาของการปิดผนึกระหว่างหลอดไฟกับตัวเครื่อง
เรื่อง IP65
คุณคงเคยเห็นคำว่า “IP65” บ่อยๆ นั่นไม่ใช่เพียงแค่เปลือกพลาสติกธรรมดาๆ เท่านั้น แต่มันหมายถึงเครื่องนั้นมีความแน่นหนาพอที่จะป้องกันฝุ่น และสามารถทนต่อน้ำที่กระเด็นมาได้โดยไม่มีปัญหา
แต่จุดที่อันตรายที่สุดคือจุดเชื่อมต่อสายไฟกับหลอดไฟ เราใช้ซิลิโคนและอุปกรณ์ปิดผนึกที่แข็งแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นเข้าไปในจุดเหล่านั้น หากน้ำเข้าไปได้ ก็จะเกิดการลัดวงจรขึ้น ดังนั้นเราจึงใช้วัสดุฉนวนที่แข็งแรงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว
ความร้อน การขยายตัว และการรั่วไหล
ปัญหาคือหลอดควอตซ์จะขยายตัวเมื่อมีความร้อน หากเราใช้อุปกรณ์ปิดผนึกที่ไม่แข็งแรง ก็จะทำให้เกิดการรั่วไหลของไอน้ำเข้ามาในจุดเชื่อมต่อสายไฟ เราจึงใช้อุปกรณ์ปิดผนึกที่ยืดหยุ่นได้ดีเพื่อป้องกันปัญหานี้
เคล็ดลับง่ายๆ คือ ตรวจสอบอุปกรณ์ปิดผนึกทุกๆ 12 เดือน หากพบว่าอุปกรณ์ปิดผนึกนั้นแข็งหรือมีรอยแตก ก็ควรเปลี่ยนมันทันที นี่เป็นงานที่ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น แต่จะช่วยให้บ้านของคุณปลอดภัยได้
การต่อสายไฟกับการรักษาความปลอดภัย
เราควรต่อสายไฟเข้ากับตัวเครื่องโดยใช้สายไฟที่มีการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ทำไมล่ะ? เพราะหากเกิดการรั่วไหลขึ้น เราอยากให้สวิตช์ตัดไฟทำงานทันที
การใช้ GFCI เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ
แม้ว่าเครื่องที่มีมาตรฐาน IP65 จะมีความแน่นหนาสูง แต่ความร้อนจากหลอดไฟก็ยังสามารถทำลายอุปกรณ์ปิดผนึกได้เมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นควรตรวจสอบอุปกรณ์ปิดผนึกทุกๆ 12 เดือน เพื่อให้บ้านของคุณปลอดภัย